เทศน์เช้า

เทศน์เช้า

๓o พ.ย. ๒๕๖๘

เทศน์เช้า วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ตั้งใจฟังธรรมะ ถ้าธรรมะเป็นสัจธรรม แต่เราเข้าไม่ถึง เราเกิดมากับโลก ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ยิ่งใหญ่ แต่ทุกข์น่าดูเลยล่ะ

แต่ถ้าคนที่เป็นธรรมๆ นะ ใจเขาเสียสละ เสียสละให้ผู้อื่น ไอ้เราไม่จำเป็น ไม่จำเป็นขึ้นมาเพราะเราแสวงหาได้ไง

ดูเด็กๆ นะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เพราะเขาทำบุญกุศลของเขาไว้ มันจะมีบุญกุศลรองรับของเขาไปไง แต่เราเป็นผู้ใหญ่ ต้องฝึกว่ายน้ำ ต้องว่ายน้ำให้แข็งๆ

ไฟนะ ไฟต้องเอาน้ำดับมัน

เราฝึกของเราขึ้นมา พระพุทธศาสนา อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แล้วถ้าตนยังอ่อนแอ ตนยังเป็นมารยาสาไถย อยู่กับโลก แล้วศาสนาอยู่ที่ไหน ก็เลยเป็นสายมูไง เที่ยวไปเคารพ ไปกราบไปไหว้ ไปขอ ไปอ้อนวอนไง

ทำดี ดีกว่าขอพร

ไปอยู่ที่ไหนมันต้องมีมารยาทสังคม ถ้ามีมารยาทสังคมแล้วมันไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการเหยียบย่ำ ไม่มีการทำลายกัน มันอยู่ที่อำนาจวาสนาของคนที่ฝึกมามากน้อยขนาดไหน ความเชื่อไง มันเป็นจริตเป็นนิสัย ปัญหาสังคมไม่มีวันจบสิ้น สองคนขึ้นไปมีปัญหาทั้งนั้น

แต่ถ้าใจเขาเป็นธรรมๆ นะ เขาเป็นปัญหา เราไม่เป็น ใครจะเป็นปัญหา มันเรื่องของเขา แล้วเรารักษาใจของตน ถ้าแก้ไขได้ไง

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะ เวลาบันลือสีหนาท เป็นหน้าที่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เขาจะทำหรือไม่ทำ มันเรื่องของเขา

แล้วเอาทิฏฐิเอามานะอย่างนั้นมาเหยียบย่ำ มาทำลายกัน

ถ้าเป็นวัดที่ดีงาม ก่อนจะเข้าประตูวัดมานะ เขี้ยวเล็บเอ็งถอดไว้นั่น มีศีลมีธรรม เพราะว่าสถานที่ไง

อเสวนา จ พาลานํ ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา

สิ่งที่เป็นพาลๆ เราไม่คบไม่หามันไง เราจะคบหาแต่บัณฑิตไง แล้วเวลาอารมณ์ความรู้สึกของเรามันเป็นพาลไหม มันยิ่งกว่าพาลอีก

เขตอภัยทานๆ เขาอภัยทาน แต่เราจะไปเหยียบย่ำทำลายเขา นี่พูดถึงทิฏฐิมานะของคนมันมหัศจรรย์

ฉะนั้น มันถึงว่า จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะมันถึงมีพญามาร แล้วพญามารมันยิ้มเลยนะ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดอยู่ใต้อำนาจเขาหมดน่ะ ไม่รู้ ไม่รู้นะ อวิชชาพญามาร แล้วถ้าความโลภ ความโกรธ ความหลงนะ รู้แล้ว โลภ โกรธ หลง

แล้วจากหลังโลภ โกรธ หลงคือไม่รู้ ไม่รู้ว่าโลภ ไม่รู้ว่าหลง ไม่รู้ว่าโกรธ เพราะจะรู้ต่อเมื่อโกรธจบแล้ว เออ! กูไม่น่าทำเลย

สิ่งที่เสียใจภายหลัง สิ่งนั้นไม่ดีเลย

ฉะนั้น สิ่งที่ทำคุณงามความดีขนาดไหน ทำตอนนั้น ถ้าความดีเกิดขึ้นกับเราๆ ไง ความดีสูงสุดไง

“พระปฏิบัติไม่เห็นทำอะไรเลย วันๆ เห็นแต่เดินไปเดินมา”

เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อยู่โคนต้นโพธิ์พระองค์เดียว ครูบาอาจารย์ของเราอยู่ป่าอยู่เขา อยู่ในคูหา ใครไปรู้ด้วย หลวงปู่มั่นอยู่ถ้ำสาริกา ๓ ปีไม่พบใครเลย องค์เดียว ๓ ปี ออกจากถ้ำสาริกามาแล้วถึงได้เอาธรรมนั้นไปเผยแผ่คนอื่นเขา

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ทำสมาธิไม่เป็น ทำสมาธิไม่เป็นแล้วจะไปภาวนาอะไรกัน ว่างๆ ว่างๆ มีสติไหม เอ็งรู้จักว่าเอ็งมีสติไหม เอ็งเท่าทันความคิดไหม

สมาธิคือจิตไม่พาดพิงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอิสระไง อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถไง

ว่างๆ ว่างๆ กูไม่รู้อะไรมันก็เลยว่างๆ เอ๊! ว่างๆ ว่างๆ แต่ไม่รู้อะไร

มิจฉา มิจฉาคือเริ่มต้นไม่ได้ เอ็งอยู่ตรงไหน เอ็งคือใคร ถ้า เออ! เราอยู่นี่ แล้วจะทำอะไรล่ะ

นี่ไง ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เด็กๆ บุญและบาปรองรับเขา บุญของคนนะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ถึงเวลาแล้วมันมีสิ่งมหัศจรรย์ให้เขาพ้นภัยนั้นไป ไอ้เรานักปฏิบัติไง ฝึกว่ายน้ำให้แข็งๆ ดำน้ำให้เป็น เจอน้ำมาแล้วว่ายสู้มันได้

นี่ไง เวลากิเลสมันมา กิเลสเป็นนามธรรมๆ กิเลสมันเป็นอย่างไร ไม่รู้จักกิเลส

กิเลส อารมณ์เอ็งนั่นแหละ กิเลสที่มันอยู่หลังความคิดเอ็งนั่นแหละ ไม่รู้น่ะ

แต่ถ้ารู้ เออ! นี่มีธรรมแล้ว ถ้ารู้นะ ไม่ควรทำ เราทำสิ่งใดเสียใจภายหลัง สิ่งนั้นไม่ดีเลย แต่เราทำสิ่งใดแล้วภูมิใจ ทำสิ่งใดแล้วดีงาม คุณงามความดีของเราไง

ตั้งสติไว้ ถ้ามีสตินะ อะไรมานะ ยับยั้งมัน หนึ่ง ไม่เอา ถ้ามันทำแล้วมันจะทำผิดพลาดต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ทำของเรา

เขาบอกว่าเวลาว่านู่นก็เป็นกรรม นี่ก็เป็นกรรม เป็นลัทธิยอมจำนน นี่เวลาเขาเสียดเขาสีไง

ไม่ใช่ เขามีสติมีปัญญาของเขา เขามีสติปัญญา ปัญญาที่เขายับยั้งความทุกข์ความยาก เชื้อไขที่มันจะก่อทุกข์ก่อยากในใจของเขา แล้วเขาทำคุณงามความดีของเขา เขาเสียสละ

นี่เป็นผู้ที่ทรัพย์สินของเรา เราหามาแล้วเราต้องสละทำไม

อ้าว! สละก็บุญในใจนี้ไง ความสุขที่มอบให้ใคร แล้วใครเขารับความสุขนั้นน่ะ นั่นเป็นความดีไหม แล้วเราเป็นคนเริ่มต้น เราทำ เราได้บุญไหม แล้วบุญนั้นมันอยู่ที่ไหน

นี่ไง มันถึงเป็นจริตเป็นนิสัยที่นิ่ง คนที่มีบุญกุศลนะ เขาสงบเขานิ่งของเขา แล้วเขาไม่ตื่นตูมอะไรกับใครไง

ไอ้พวกเรา เดี๋ยวก็เข้าแถว บัตรคิว รอรับอาหารบริจาค มันทุกข์มันยากไง ตื่นไปกับเขา กระต่ายตื่นตูม ที่ไหนเขาแจกบัตรคิว วิ่งไปรับเลยล่ะ

จะแจกไม่แจกก็ยังไม่รู้เลยนะ กูขอบัตรคิวไว้ก่อน จะไปยืนรอ

แต่ของเรา เราเป็นผู้บริจาค เราเป็นผู้ให้เขา อันไหนเป็นบุญเป็นกุศล แล้วมันจะเป็นจริตเป็นนิสัย นี่อำนาจวาสนาของคนนะ ถ้ามีจริตนิสัยแล้วนิ่ง นิ่งเพราะอะไร มันรู้เท่าทันอารมณ์ของตน ถ้ารู้เท่าทันของตน หัดว่ายน้ำ

ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ด้วยบุญด้วยกุศล ด้วยบุญด้วยบาป สาธุ มันมีของมันโดยธรรมชาติของมัน มันมีอยู่โดยข้อเท็จจริง เพราะเขาทำของเขามา

หมอชีวกๆ พ่อแม่ที่เขาไม่พร้อมเขาไปทิ้งถังขยะ พอทิ้งถังชยะ

ในพระไตรปิฎก เวลาคนที่เกิด มันมีฝูงโคมาที่เขาจะไปเหยียบย่ำ หัวหน้าฝูงไปยืนคร่อมไว้นะ ให้ผ่านไป นี่เวลาตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ มันจะวิบัติอย่างไร มันจะวิกฤติอย่างไร ไม่พ้น

เขาไปทิ้งถังขยะ เวลาไปเก็บมาๆ กษัตริย์เก็บไปเลี้ยง เก็บไปเลี้ยงก็เอาไปศึกษาๆ จนเป็นหมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นหมอประจำองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เวลาเกิดนี่น่าสังเวช พ่อแม่เอาไปทิ้ง แล้วคนที่เก็บมาเลี้ยง ราชกุมารกษัตริย์ไง ก็มีการศึกษา มีการเลี้ยงดูขึ้นมา

นี่ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ บุญกุศลของเขา เขาเกิดมา เขาทำคุณงามความดีของเขามา ความดีเขาคุ้มครองเขา แต่เราอยู่ในสังคม อยู่ในโลก ปัญหาสังคมไง ปัญหาสังคมขึ้นมา ถ้าเราจะเข้มแข็งขึ้นมา พระปฏิบัติๆ

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการไว้ อบรมบ่มเพาะไว้มาก

“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอโดนโลกธรรมกระหน่ำ อย่าเสียใจ อย่าร้องไห้ ให้ระลึกถึงเรา”

ให้ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลาท่านเผยแผ่ธรรมนะ ลัทธิศาสนาอื่นมันมีของมันอยู่แล้ว ทั้งกีดทั้งกัน ทั้งกีดทั้งขวาง ทั้งจ้างคนมาทำลาย ทั้งจ้างคนมาฆ่านะ

เทวทัตเอานายแม่นธนู ๔ คนมายิงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาอีก ๔ คนไปตัดตอนฆ่า ๔ คนนั้น เป็น ๑๖ คน ถึงเวลาแล้วไม่เห็นกลับมาเสียที เทวทัตงง ไปถึง ๑๖ คนบวชกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมุทธเจ้าหมดเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ บวชหมดเลย ๑๖ คนที่จะไปฆ่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตัดตอน ตัดตอนมาด้วย

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเธอโดนโลกธรรมกระหน่ำ อย่าเสียใจ อย่าร้องไห้ ให้ดูเราเป็นตัวอย่าง เพราะเราโดนมากที่สุด ไม่มีใครโดนโลกธรรมกระหน่ำรุนแรง ร้ายแรงเท่ากับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่เราชาวพุทธๆ เราศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อู้ฮู! เอกบุรุษยอดเยี่ยม

ใช่ ยอดเยี่ยมในทางธรรม แต่เพราะยอดเยี่ยมทางธรรม มันเด่นเกินไปไง สูงส่งเกินไป สูงต้องให้ระวัง มันจะยิ่งหนาว ยิ่งสูงยิ่งหนาว เห็นไหม ยิ่งมีขนาดไหน ผลกระทบจะรุนแรงมาก รุนแรงขนาดไหน ผ่านไปหมดน่ะ มันผ่านไปหมด

มันผ่านไปเพราะอะไร

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถไง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนไง

แล้วพูดถึงเวลาเราโต้ตอบไง เวลาเขาโกรธ เราจะโกรธซ้ำ ไม่ใช่ เราเป็นผู้พ่ายแพ้ ไม่ใช่ เราเป็นผู้ประเสริฐ ประเสริฐมหาศาลเลย

เพราะทุกคนควบคุมใจของตนไม่ได้ แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาเป็นสัมมาสมาธิ ยกขึ้นสู่วิปัสสนา เวลามันชำระล้างกิเลสเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป เอ็งไม่เห็นหรือ เอ็งไม่รู้หรือ

แล้วรู้แล้วเห็นอย่างไร แล้วกิเลสเป็นอย่างไร แล้วเวลากิเลสที่มันสิ้นไป สิ้นไปเพราะอะไร

สิ้นไปเพราะหลุดจากความร้อยรัด ความเหนี่ยวรัด รัดไว้ด้วยสังโยชน์ สังโยชน์เบื้องต่ำ สังโยชน์เบื้องสูง สังโยชน์มีหยาบ มีละเอียด

แล้วสังโยชน์มันขาดอย่างไร

บุคคล ๔ คู่ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ นิโรธ ขณะ ดับ ดับทุกข์ๆ

แล้วดับทุกข์ขึ้นมาแล้วยังเร่ร่อนกันอยู่อย่างนี้เนาะ ดับทุกข์แล้วโลกธรรมยังมีคุณค่าอยู่เนาะ

โลกธรรมเป็นเรื่องโลกธรรมนะ โลกธรรม ๘ มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ มันเป็นเรื่องธรรมดาของสิ่งมีชีวิต ของสังคมที่แสวงหา มันมีผลลบและผลบวกอยู่ในธรรมชาติของมัน มีเกิดมีดับเป็นเรื่องปกติ เพราะมันมีเกิดและมีดับ มันถึงมีการเกิด มีการกระทำ มีต่อเนื่องไป

แล้วธรรมะไม่เหนือสิ่งนั้น ธรรมไม่เหนือโลก มันจะอยู่กับโลกอย่างไร ธรรมไม่หนือโลก จะสอนโลกได้อย่างไร ธรรมไม่เหนือโลก จะเป็นผู้นำโลกได้อย่างไร

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพาน พระอานนท์เป็นพระโสดาบันไง

“ดวงตาของโลกดับแล้ว”

เราชอบคำนี้มาก พูดบ่อย

“ดวงตาของโลกดับแล้ว ดวงตาของโลก”

คนที่มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา คนที่มีความเชื่อกับคุณธรรมอันนั้น นั่นล่ะเป็นสิ่งชี้นำ หาครูบาอาจารย์ที่เป็นอย่างนั้นเป็นผู้ชี้นำชีวิตของเรา เป็นผู้ชี้นำการประพฤติปฏิบัติของเรา เป็นผู้ชี้นำความเห็นผิดในหัวใจของเรา เรามีความเห็นผิดอย่างไร มีความไม่เข้าใจอย่างไร เรารู้เท่าทันมันได้อย่างไร

กิเลสมันร้ายนัก กิเลสมันยิ่งใหญ่ในภวาสวะ ในภพ ในหัวใจของบุคคลคนนั้น บุคคลคนใดก็แล้วแต่มีหัวใจ คือมีภวาสวะ คือมีภพ มีสถานที่ไง ทำดีทำชั่วมันฝังลงที่หัวใจนี้ไง นี่ไง ที่ทำบุญทำกุศล ทำให้มันเป็นจริตเป็นนิสัย ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ มันจะไปตามบุญตามบาปอันนั้นไง

แล้วบุญบาปนั้นมันแก้กิเลสได้ไหม ถึงที่สุดแล้วต้องฝึกหัดว่ายน้ำให้มันเข้มแข็งขึ้นมา

เวลาไฟดับ ไฟความทุกข์ความยากขึ้นมา เราก็ดับมันด้วยศีลด้วยธรรมของเรา ถ้าดับด้วยศีลด้วยธรรมของเรานะ เวลามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง

ไม่มีที่ใครจะยื่นบุญและบาปให้เราได้ เราต่างหากเป็นผู้กระทำทั้งนั้น เราต่างหากเป็นผู้พาหัวใจของเราหลุดพ้นเท่านั้น แล้วมันหลุดพ้นตามข้อเท็จจริงหรือไม่ล่ะ ถ้าหลุดพ้นตามข้อเท็จจริงของพระพุทธศาสนา ของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่การหลุดพ้นของการมารยาสาไถย พญามารครอบงำ บังเงาแล้วแต่เจ้าเล่ห์

กิเลสเจ้าเล่ห์นะ อย่าไปโทษใคร อย่ามองใคร

ธรรมะมันเป็นอย่างนี้ ธรรมะนี่ธรรมาธิษฐาน คือเป็นตัวอย่าง ยกขึ้นเป็นบุคลาธิษฐาน แต่เวลาเป็นจริงๆ ขึ้นมา โอ้โฮ! มารในใจเราเท่านั้นนะ คิดได้คิดไม่ได้นี่ก็เรื่องหนึ่งแล้วนะ แล้วเกิดภาวนามยปัญญา ปัญญาในพระพุทธศาสนาไม่ใช่ปัญญาจำอย่างเรา นี่เขาเรียกโลกไง เพราะมีตัวตน มีเราไง

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

แต่ตนต้องพึ่งธรรม ต้องมีคุณธรรม

ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ทุกข์ดับ ดับด้วยวิธีการมรรค ๘ งานชอบ เพียรชอบ

แล้วงานชอบ ผู้ที่ปฏิบัติแล้วมันยิ่งสังเวชนะ ชอบระดับไหน คู่ที่ ๑ ก็ชอบอย่างหนึ่ง คู่ที่ ๒ คู่ที่ ๓ คู่ที่ ๔ มันเหมือนกันได้อย่างไร ในเมื่อโจทย์มันต่างกัน ในเมื่อกิเลสมันต่างกัน มันต่างกันอย่างไร มันหยาบละเอียดอย่างไร ผู้มีปฏิบัติมีสติ มหาสติ สติอัตโนมัติ ปัญญา มหาปัญญา ปัญญาที่ยิ่งใหญ่ ปัญญาอย่างไร แล้วปัญญาของใคร

อู้ฮู! เก่งนัก เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต จะเอารางวัลโนเบล

ให้กู ๕ อัน โยนทิ้งหมดน่ะ

เวลาเป็นปัญญา เป็นภาวนามยปัญญา อู้ฮู! มหัศจรรย์ แล้วมันจะรู้เพราะใจดวงนั้น เพราะใจดวงนั้นเป็นผู้ที่ฝึกหัดปฏิบัติ แล้วใจดวงนั้นต้องฆ่ากิเลสในใจดวงนั้น เพราะกิเลสมันฝังอยู่ที่นั่น

หลวงปู่มั่นไง กิเลสอยู่ที่ฐีติจิต

จิตเดิมแท้นี้ผ่องใสๆ เห็นไหม จิตเดิมแท้นี้ผ่องใส นั่นฐีติจิต แล้วกิเลสอยู่ที่นั่นน่ะ

ผ่องใสคือนิพพาน ใจสว่างไสว ผ่องใส นั่นน่ะอวิชชาทั้งนั้นน่ะ แล้วมันเป็นอย่างไร

นี่ไง มันถึงหาครูบาอาจารย์ที่ดีงาม ถ้าครูบาอาจารย์ที่ดีงาม แล้วฝึกหัดปฏิบัติเป็นชั้นเป็นตอนขึ้นไป

ไอ้อย่างพวกเราเด็กๆ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เดี๋ยวมีใบบัวรับมึงไป ลอยมาเลย ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

แต่ของเราต้องฝึกหัด ต้องหัดว่ายน้ำ ต้องให้เข้มแข็ง ฝ่ากระแสคลื่นของกิเลสไปให้ได้ ฝ่ากระแสคลื่นที่เข้ามาย่ำยีหัวใจเราให้ได้ แล้วจะมีความมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา เอวัง